“หน้าที่ของคุณไม่มีอะไรยุ่งยาก” หนุ่มใหญ่บอกกับเลขาฯ สาวสวยที่เขารับเข้ามาทำงานด้วยเสียงสุภาพ “ผมเป็นคนที่ง่าย ๆ น่ะ คุณคอยช่วยรับโทรศัพท์แล้วข้อมูลในเอกสารนี่คุณก็ค่อย ๆ ป้อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เป็นงานเลขานุการกลาย ๆ นั่นแหละ” “ค่ะ” วิยะดาตอบเสียงใส “ผมไม่ค่อยจะอยู่ออฟฟิศหรอกเพราะส่วนใหญ่ต้องออกไปติดต่อกับธุรกิจกับลูกค้า บริษัทของเราเป็นบริษัทเล็ก ๆ น่ะ ผมเลยต้องเป็นทั้งผอ.เป็นทั้งผู้จัดการแล้วก็เป็นเซลล์แมนด้วย นี่ก็ดีหน่อยที่มีคุณมาช่วยอีกแรง” วิยะดาเผลอตัวอมยิ้มนิด ๆ แล้วลุกขึ้นจากโซฟารับแขกไปยังโต๊ะทำงานของเธอ เธอยอมรับว่าการได้งานที่นี่นั้นนับว่าเหมาะสมกับเธอมากทีเดียว ที่นี่เป็นโรงงานทำตุ๊กตาเล็ก ๆ ที่เปิดเป็นบริษัทส่งออกควบคู่ไปด้วย บนชั้นลอยที่เป็นห้องทำงานของผู้เป็นเจ้าของ ชั้นล่างเป็นที่ทำงานของช่างทำตุ๊กตาซึ่งส่วนมากก็เป็นเด็กสาวเช่นเดียวกับ วิยะดา ตึกสองคูหาแห่งนี้วิยะดามั่นใจว่าเธอคงทำงานที่นี่ได้อย่างราบรื่นแน่ ๆ “อย่าเรียกผมว่าเถ้าแก่หรือผู้จัดการเลยนะ” เขาบอกกับเธอให้เข้าใจ “ฟังแล้วมันยังไง ๆ ก็ไม่รู้สิ เรียกชื่อผมเฉย ๆ ดีกว่า ฟังสบายหูดี” “ค่ะ..คุณเสริมศักดิ์” เขาไม่ค่อยอยู่ติดออฟฟิศจริง ๆ วัน ๆ นึงออกไปข้างนอกเสียส่วนมาก การงานก็มักใช้การโทรศัพท์มาบอกมากกว่า บนชั้นลอยนี้ บางทีก็เหมือนวิยะดานั่งทำงานอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น พวกคนงานที่ชั้นล่างก็ไม่ขึ้นมายุ่มย่ามบนชั้นลอยนี่ด้วย ถ้ามีก็เป็นน้องสาวของเสริมศักดิ์ที่เห็นหัวหน้าคุมงานอยู่ชั้นล่าง “เรามีกันสองคนพี่น้องน่ะ” เสริมศักดิ์เคยพูดกับเธอถึงเรื่องของเขากับน้องสาว “ที่นี่อยู่กันเพียงสองคนเท่านั้น กินอยู่กับกงสีน่ะพวกคนหัวเก่า ผมกับน้องมันพวกรุ่นใหม่เลยแยกมาทำธุรกิจของตัวเองดีกว่า” ทำงานได้ 2-3 เดือน วิยะดากับน้องสาวของเสริมศักดิ์ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี บางทีเวลามีงานมากเธอก็ค้างคืนที่นี่กับน้องสาวของเขาเลย “เสียดายที่เธอมีแฟนแล้ว” น้องสาวของเขาพูดกับเธอแบบนี้หลายครั้ง “ไม่งั้นฉันจะยุให้เป็นแฟนกับเฮียเขาแล้วล่ะ” “คุณเสริมศักดิ์ไม่มีแฟนบ้างเหรอ” “ก็มีเหมือนกัน” “ถ้าเป็นจริง ๆ น่ะ ก็ต้องเรียกฉันว่าพี่นะสิ” “เรียกเจ๊ต่างหากล่ะ ไม่ใช่เรียกพี่หรอก” เธอกับน้องสาวเขาหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ความสนิทสนมมีมากก็เพราะอายุมีวัยไล่เลี่ยที่ห่างกัน 2-3 ปีเท่านั้น วิยะดามีแฟนเป็นหนุ่มทำงานหนังสือพิมพ์รายวันแห่งหนึ่ง เธอกับเขารักกันมา 3-4 ปีแล้วโดยที่เขาไม่เคยล่วงเกินเธอเลยแม้แต่น้อย “ผมรอเวลานั้นได้ ถ้าไม่ถึงเวลาผมก็จะไม่ฝืนใจคุณหรอก” “ดาดีใจค่ะที่มีแฟนแบบคุณ” เธอมักจะแทนตัวเองว่า “ดา” เวลาที่พูดกับแฟนหนุ่มของเธอ เสริมศักดิ์ก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นในการทำงานกับเขาเพราะเขาไม่ได้แสดงอาการใด ๆ เลยในทำนองว่ามาสนใจเธอหรือมาจีบเธอ งานในหน้าที่ของวิยะดาผ่านไปได้อย่างราบรื่น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอต้องอยู่ทำงานจนมืดค่ำเลยตัดสินใจนอนค้างกับน้องสาวของ เจ้าของบริษัท “เฮียเขาไปงานแต่งงานน่ะ” เธอถูกชวนกินข้าวโดยไม่ต้องไปรอเสริมศักดิ์ “เราสองคนกินกันเถอะไม่ต้องไปรอเขาหรอก” กินข้าวเสร็จทั้งสองคนก็แยกกันไปทำงาน น้องสาวของเสริมศักดิ์ลงไปคุมพวกคนงานที่ทำกะกลางคืน ส่วนวิยะดาก็นั่งทำงานต่อที่ชั้นลอย เกือบห้าทุ่ม เจ้าของบริษัทหนุ่มใหญ่ก็กลับมาพร้อมด้วยกลิ่นเบียร์ เขาแวะทักทายวิยะดาอยู่ครู่หนึ่งก็ขึ้นไปชั้นบนที่มีห้องนอนอยู่ 2 ห้องของเขาและของน้องสาวของเสริมศักดิ์ก็นอนหลับสนิทอย่างสบาย ๆ อยู่ข้าง ๆ “ไปอาบน้ำดีกว่าแฮะ” เธอลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูออกจากห้องไปยังห้องอาบน้ำที่อยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนของพี่ชายและน้องสาว วิยะดาผลักประตูห้องน้ำเข้าไป.. “ว๊าย..!!” เธอร้องด้วยความตกใจ “คุณเสริมศักดิ์..!!” ภาพที่เธอเห็นคือ ร่างของเสริมศักดิ์ยืนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่ในห้องน้ำตามตัวมีฟองสบู่อยู่เต็มไปหมด “เอ้อ..ขอโทษค่ะ!” วิยะดาพูดเสียงสั่น ๆ ขยับจะดึงประตูปิดตามเดิม แต่ทว่ากลับไม่สามารถทำได้เพราะเขาเอื้อมมือมาดึงแขนเธอจนเซเข้าไปชนร่างของเขา “ว้าย..อะไรกันคะ” เธอร้องลั่นอย่างตกตะลึง “คุณเสริมศักดิ์จะทำอะไรคะเนี่ย” “เรามาหาความสุขกันเถอะ” “ไม่นะ อย่านะคะคุณเสริมศักดิ์” “เป็นของผมเถอะนะ” เขากระชากร่างของเธอเข้าไปในอ้อมกอดอันทรงพลัง กอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างรุนแรงจนวิยะดาดิ้นไม่หลุดเลย “อย่าค่ะ!” พออ้าปากร้องคราวนี้เขาก็ก้มลงจูบปากบดบี้อย่างเมามันส์ วิยะดาก็เหมือนกับโดนกระแสไฟแล่นผ่านร่างกายจนซาบซ่านไปหมด เรี่ยวแรงที่พยายามดิ้นรนนั้นหดหายไปราวกับปลิดขั้วทิ้ง ความรู้สึกเปลี่ยนเป็นเกิดความเคลิบเคลิ้มและล่องลอย “อือย์..” ชุดนอนของเธอมันบางเบาจนรู้สึกถึงโคนขาว่ามีสิ่งหนึ่งที่แข็งหนึบ ๆ มาป้วนเปี้ยนกระแทกอยู่ตลอดเวลา วิยะดาใจหายวาบเพราะรู้ทันทีว่านั่นคือท่อนเอ็นของนายจ้างหนุ่ม เรี่ยวแรงของเธอกลับคืนมาใหม่เพราะไม่ต้องการให้ตนเองถูกล่วงเกินไปมากกว่า นี้ แล้วปากของเธอก็เป็นอิสระเมื่อเขาถอนริมฝีปากกลับไป ใจของวิยะดามีกำลังขึ้นเป็นกองแต่ก็ผิดคาด “อุ๊ย..” เธออุทานออกมาเพราะเสริมศักดิ์ก้มลงฝังใบหน้ากับหว่างอกอวบของเธอทันที วิยะดารู้สึกโมโหตัวเองที่ไม่ได้สวมยกทรงนอน “อืยย์..อย่าค่ะ” โดนฟอนเฟ้นไล้เลียเพียงครู่เดียวเธอก็สั่นสะท้านไปทั้งกาย ขนลุกเกรียวและเรี่ยวแรงหายไปอีกครั้งหนึ่ง “ไม่นะคุณเสริมศักดิ์” “เราจะมีความสุขกัน” “ฉันไม่ต้องการ” “ผมอยากไปสวรรค์กับคุณ” ชุดนอนถูกตลบขึ้น มือของเขาลูบไล้เนื้อนวลแท้ ๆ ของวิยะดาอย่างย่ามใจ ส่วนที่ยังมีผ้าอยู่ก็แค่สามเหลี่ยมโหนก ๆ เท่านั้น “อุ๊ย..อย่าค่ะ” กางเกงในถูกปลิ้นออกไปง่าย ๆ แล้วนิ้วของหนุ่มใหญ่ก็ทะลวงเข้าไปในร่องเนินที่ตอนนี้เริ่มมีความชุ่มฉ่ำ ขึ้นมาบ้างเหมือนกันเพราะถูกรุกไล่หลายจุดแล้ว “อูยย์..” พริบตาต่อมา ชุดนอนบางเบาก็ถูกตลบขึ้นถึงหัวและกระตุกออกไปจากร่างในพริบตาต่อมา วิยะดารู้สึกเย็นยะเยือกทันที “อึ๊อย์..” บัวตูมเต่งคู่งามถูกคลึงเคล้าด้วยริมฝีปาก แล้วหัวบัวที่เป็นเม็ดสีชมพูอ่อนก็ถูกเม้มขบฟันเบา ๆ ที่เม็ดสีชมพูสลับกันไปมาทั้งสองข้าง “ซี๊ดส์..” วิยะดาไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้กางเกงในตัวจิ๋วสีชมพูถูกดึงจนขาดวิ่นไม่เหลือปกปิดชิ้นเนื้อสามเหลี่ยมอันเนินงามไว้เลย “อู๊ยย์..” ขาข้างหนึ่งถูกช้อนให้ลอยขึ้น อึดใจต่อมาท่อนเอ็นของเขาฝ่าความฝืดเข้าไปจมหายสู่ร่องสวาทได้เกือบมิดท่อน ชายหนุ่มเกร็งสะโพกกดไว้แน่น แล้วค่อย ๆ ย่อสาวมันออกมา “อืยย์..” วิยะดาครางเสียงสะท้านเมื่อเนื้ออ่อน ๆ ของขอบเนินย่นตามการสาวออกของท่อนเอ็น “วิยะดา..” “ขา..” พอสาวออกมาได้พอประมาณ เขาก็โหย่งกายกดท่อนเอ็นเข้าไปในร่องสวาทใหม่ “อุ๊ยย์..” สาวสวยตาปรือ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ชายหนุ่มถือโอกาสซอยท่อนเอ็นเข้าออกเป็นจังหวะด้วยความสนุกสนานในรสสวาท ท่ามกลางเสียงครางของวิยะดาเป็นช่วง ๆ ท่ายืนแบบยกขาข้างเดียวนี้พอผ่านไปนาน ๆ เข้า ความเมื่อยก็ชักเคลื่อนที่เข้ามา เสริมศักดิ์แก้ปัญหานี้ด้วยการอ้อมมือไปยกสะโพกของเธอขึ้นไปแปะกับอ่างล้าง หน้า “อุ๊ย..อะไรกันคะ” “ผมเมื่อยน่ะ เปลี่ยนท่าบ้างดีกว่า” “คุณเสริมศักดิ์เนี่ย..” เขาไม่สนใจที่จะพูดอะไรต่อไป เพราะตอนนี้น่าจะเป็นเวลาของการแสวงหาความสุขจากรสสวาทมากกว่า เสริมศักดิ์ประคองร่างเลขาฯสาวให้อยู่อย่างมั่นคง สะโพกเกร็งแล้วก็บรรจงส่งท่อนเอ็นซอยเข้าใส่ร่องสวาทของเธออย่างเมามันด้วย การซอยท่อนเอ็นชุดยาว ๆ เนิ่นนานและหนักหน่วง “อูยย์..ดาเสียวจังค่ะ” “จวนหรือยังครับ” “ค่ะ” เขาซอยสะโพกถี่ยิบ ก่อนกดท่อนเอ็นฝังแน่นจนหน้าท้องของทั้งสองแนบสนิทกันแทบเป็นเนื้อแผ่นเดียวกัน “โอ๊ว์” วิยะดาหน้าเหยเก ส่งเสียงสะท้าน เธอแอ่นหน้าขามาอัดแน่นกับชายหนุ่ม พร้อมกับกล้ามเนื้อในร่องสวาทก็ไหวตัวตอดปลายบานของคู่สวาทหลาย ๆ ครั้งติดต่อกัน จังหวะเดียวกันท่อนเอ็นของเขาก็พ่นหยาดสวาทออกมาจนหมดสิ้น หลังจากผ่านคืนนั้นไปแล้วก็มีอีกหลายครั้งที่ทั้งสองหาความสุขด้วยกัน จนในที่สุดวิยะดาก็ลืมแฟนเก่านักหนังสือพิมพ์ไปเสียสิ้น วิยะดากลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยที่มีอำนาจเด็ดขาด มากกว่าการเป็นเลขานุการ เธอไม่รู้ว่าเธอคิดผิดหรือคิดถูก แต่ถ้าไม่มีคืนนั้น เธอก็คงไม่คิดแบบนี้หรอก

Comments are closed.