หลายวันต่อมา พ่อแม่และคนรับใช้ของทรงยุทธกลับมาจากต่างจังหวัด แต่กลับมาคราวนี้กลับเป็นการกลับมาบ้าน เพื่อเตรียมข้าวของเพื่อไปเที่ยวต่อ ยังภูกระดึง การไปเที่ยวคราวนี้ เป็นการไปเที่ยวของเหล่าบรรดาเพื่อนๆ ของพ่อชองทรงยุทธนั่นเอง โดยนัดหมายให้ไปเจอกันบริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนขึ้นสู่ภูนั้น ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะพาลูกสะใภ้คนสวยไปด้วย เพื่อจะได้ไม่อยู่บ้านให้เหงา “เอ้อ นัฐจ๊ะตกลงลูกไปเที่ยวกับพวกแม่นะจ๊ะ ลางานได้หรือเปล่าลูก สัก 3 วันเองนะ” แม่กล่าวเชิงขอร้อง “ได้ค่ะแม่ เดี๋ยวหนูโทรไปบอกเพื่อนให้ลางานให้ก่อนนะคะ ” นัฐตอบตกลงอย่างเอาใจ และทันทีนั้น ก็โทรศัพท์ไปหาเพื่อนคนหนึ่งเพื่อให้ลางานให้เธอทันที เช้ามืดวันรุ่งขึ้น ทั้งสามจึงออกเดินทางด้วยรถตู้คันหรู โดยตกลงกันว่าจะแวะซื้อเสบียงกันที่ปลายทางเพื่อให้ได้ชองที่สดกว่า โดยมีคนขับรถของผู้เป็นพ่อนั้นขับไปให้ ภายในรถ บรรยากาศค่อนข้างที่จะสนุกสนาน ทั้งพ่อและแม่ของทรงยุทธต่างเล่าเรื่องต่างๆ นาๆ ของการไปเที่ยวพักผ่อนของทั้งคู่ ในหลายๆที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะทั้งคู่นั้นไม่มีภาระอะไรอีกแล้วมีหน้าที่เที่ยวพักผ่อนเท่านั้น ซึ่งทรงยุทธเองก็ให้การสนับสนุนเต็มที่เช่นกัน นัฐเองนั้นฟังเรื่องราวต่างๆ ของทั้งคู่อย่างสนุกสนานเช่นกัน จนเมื่อเรื่องเล่าชักจะหมดจึงพากันหลับไหลกันไป ตลอดการเดินทางนั้น นัฐสังเกตเห็นทั้งคู่นั้นประคองกอดกันตลอดเวลา มันแสดงให้เห็นถึงความรักของคนทั้งสอง ที่แนบแน่นและผูกพันธ์กันจนยากที่จะอดคิดถึงตัวเองมิได้ เพราะตั้งแต่แต่งงานกันมายังไม่มีโอกาสที่จะได้อยู่ด้วยกันมากมายอะไรนัก ซึ่งเธอก็พยายามเข้าใจในตัวสามีของเธอ เมื่อมาถึงสถานที่นัดพบ โดยเพื่อนๆของพ่อและแม่มารอกันเกือบครบแล้ว จึงส่งตัวแทนไปติดต่อเรื่องบ้านพักที่จองไว้แล้ว และรอกันจนครบจึงเดินทางขึ้นไปด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่ทางภูได้จัดไว้รองรับผู้ที่ต้องการ และเมื่อถึงที่หมายต่างคนต่างก็พากันเข้าสู่ที่พักของตน โดยบ้านพักทั้งหมดมี 3 หลัง กับจำนวนคนทั้งหมด 9 คนโดยมีชาย 6 หญิง 3 ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกันทั้งหมด โดยให้แต่ละครอบครัวก็ได้บ้านพักครอบครัวละหลัง เมื่อจัดของกันเรียบร้อยจึง ออกมาตั้งวงเหล้ากันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยมีสาวเล็กและสาวใหญ่ทำอาหารและกับแกล้มให้ อย่างไม่ขาดปาก นัฐเองนั้นก็สนุกสนานกับการทำอาหารร่วมกับแม่และคุณป้าอีกท่านหนึ่ง ซึ่งนัฐเองก็ยังได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารได้หลายอย่างทีเดียว จากนั้นเมื่อรับประทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อยฝ่ายหญิงจึงแยกตัวออกไปอาบน้ำกัน และกลับมาเพื่อเริ่มสนทนากันร่วมกับฝ่ายชาย ซึ่งแต่ละคนล้วนแต่เป็นผู้หนุ่มใหญ่ด้วยกันทั้งสิ้น การคุยออกรสออกชาติมากยิ่งขึ้น หลายครั้งก็ไม่พ้นเรื่องลามก จนทำให้นัฐซึ่งยังไม่คุ้ยเคยดีถึงกับหน้าแดงกล่ำทีเดียว เวลาผ่านไป จนดึก ฝ่ายหญิงทั้งสามก็ได้แยกย้ายกันเข้านอน รวมทั้งนัฐด้วย แต่ด้วยความที่เป็นห่วงว่าจะขาดเหลืออะไร ประกอบกับต้องการชมบรรยากาศยามค่ำคืนบนนี้ด้วย เธอจึงเดินลงมาจากบ้านและมาร่วมสนทนากับพวกพ่อๆ ต่ออีก ซึ่งต่างคนต่างก็เริ่มเมาได้ที่กันแล้ว “เฮ้ย! มึงเห็นเต๊นท์ พวกยี่ปุ่นตรงทางเดินเปล่าวะ สวยชิปเลย ทั้งคนทั้งเต๊นท์ว่ะ” หนึ่งในนั้นพูด “เออ ว่ะ กูก็เห็นว่ะ สงสัยมันมาทำอะไรกันสองคน คงเพิ่งแต่งงานแน่ว่ะ” อีกคนเสริม “โธ่ มัวแต่นินทาเขาอยู่นั่นแหละ ไปแอบดูมันก็หมดเรื่อง กล้าหรือเปล่าล่ะ พวกมึง หรือกลัวเมียวะ” อีกคนเสริมขึ้นอีก “หนูนัฐ ไปด้วยกันไหมจ๊ะ น่าสนุกดีออก ไปนะ ดูไว้เป็นประสบการณ์น่า” คนเดิมพูดขึ้นอีก “นัฐขอตัวค่ะ คงไม่ไหวมังคะ” นัฐปฏิเสธอย่างไม่อยากที่จะขัด ทั้งที่ใจจริงนั้นไม่ชอบเอาเสียเลย “เอาเข้าไป พวกมึงจะไปก็ไปกันสิวะ ไม่ต้องไปชวนเด็กมัน เดี๋ยวก็ใจแตกหมด” พ่อของทรงยุทธจึงตัดบทให้ “เออกูก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่หว่า พวกกูไปกันเองก็ได้ เฮ้ยไปกัน แล้วอย่าบอกเมียกูนะเว้ย โกรธกันตายเลย” พูดจบต่างคนก็เดินโซเซกันออกไปปล่อยให้พ่อผัว ลูกสะใภ้อยู่กันตามลำพัง ……….. เมื่อทุกคนออกไป ทางพ่อของทรงยุทธก็เริ่มดื่มต่อ โดยมีนัฐถิยาลูกสะใภ้คนสวยนั่งคุยเล่นอยู่ด้วย จนมาถึงจุดหนึ่งพ่อทรงยุทธจึงถามขึ้น “นัฐ ลูกคงจะเหงามากใช่ไหมล่ะ ทรงยุทธมันไม่เคยอยู่ดูแลเลยนี่” พ่อถาม “ไม่หรอกค่ะ นัฐมีความสุขดีค่ะ ทรงยุทธก็โทรมาหาบ่อยๆ ค่ะ” นัฐตอบแต่ก็ก้มหน้านิ่งไปพักใหญ่ “ไอ้ยุทธนี่มันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ปล่อยให้เมียเหงาอยู่ที่นี่ได้ยังไง กลับมาต้องสั่งสอนมันหน่อย” พ่อกล่าวต่อ “เอ้าหนูนัฐ ไม่ทานอะไรเลยเหรอ มาทานเหล้ากับพ่อหน่อยสินะ” พ่อนั้นรู้สึกว่ากินคนเดียวคงไม่ไหวแน่ จึงต้องหาเพื่อนกิน ซึ่งในบริเวณนั้นก็มีแต่ลูกสะใภ้ของเขาคนเดียวเท่านั้น “เอ้อ…ไม่ดีกว่าค่ะ นัฐไม่เป็นจริงๆค่ะ ขอบคุณค่ะพ่อ” นัฐปฏิเสธ พ่อกับนัฐ นั่งกินไปคุยกันไปอยู่สักครู่ ทางฝ่ายพ่อนั้นเริ่มมีอาการเมาเป็นอย่างมาก แต่เพื่อนๆของเขาก็ยังไม่กลับ นัฐจึงบอกให้พ่อสามีของเธอขึ้นพักผ่อนได้แล้ว เพราะอยู่ต่อไปคงไม่ไหวแน่ “ขึ้นบ้านเถอะค่ะ คุณพ่อ ถ้าจะไม่ไหวนะคะ” นัฐกล่าวพร้อมลุกจากที่นั่งไปประคองพ่อสามีเธอทางด้านข้าง “โอเค โอเค รู้สึกไม่ไหวเหมือนกัน โอย สงสัยจะแก่แล้วจริงๆนะเนี่ย ฮ่า ฮ่า” ฝ่ายพ่อก็ยินยอมแต่โดยดี นัฐประคองพ่อสามี โดยให้แขนข้างหนึ่งพาดบ่าของเธอ และเธอก็โอบเอวพ่อสามีของเธอไว้แน่น และพาเดินต่อเพื่อจะได้ขึ้นบ้านพัก แต่ด้วยความที่ตัวของท่านใหญ่มาก เมื่อมาถึงเชิงบันได จึงเกิดอาการเสียหลักขึ้น ทั้งคู่จึงล้มกลิ้งลงไปทั้งคู่ และเมื่อรู้สึกตัว ร่างกายที่เพรียวบางของนัฐจึงทาบทับอยู่บนตัวพ่อสามีของเธออย่างเต็มที่ มือทั้งสองข้างหนึ่งยันพื้นไว้ แต่เธอก็ต้องรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกระทบกับหน้าท้องของเธอ ซึ่งขนาดของมันไม่ใช่น้อยเลย ซึ่งตอนนี้มันตื่นตัวเต็มที่ คงเป็นเพราะอาการปวดท้องเบาของผู้เป็นพ่อนั่นเอง เมื่อเธอรวบรวมสติได้ เธอจึงลุกขึ้นพร้อมกับพยายามดึงตัวพ่อของเธอขึ้น แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เธอถูกดึงที่เอวอย่างแรงด้วยลำแขนใหญ่ของพ่อสามีของเธอ จนทำให้เธอต้องลงไปนอนทับตัวพ่อสามีของเธออีกครั้ง และยังไม่ทันรู้ตัว ร่างสวยของเธอนั้นก็อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อของสามีเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายพ่อนั้นขณะนี้ทำการบางอย่างลงไป ด้วยความลืมตัวประกอบกับอาการเมามากนั่นเอง เขาดันร่างของลูกสะใภ้ให้นอนอยู่ใต้ร่างกายที่ใหญ่ของเขาพร้อมประกบปากจูบ และใบหน้าและซอกอย่างหื่นกระหาย มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปที่แผ่นหลังเพื่อประคองไม่ให้หญิงสาวขยับเขยื้อนได้ สาวนัฐนั้น ด้วยความตกใจสุดขีดจึงพยายามดิ้นสุดแรง แต่มิอาจต้านทานแรงของพ่อสามีของเธอได้ไม่ ได้แต่ร้องออกมา แต่ก็ไม่กล้าร้องดังเพราะกลัวทุกคนจะตกใจตื่น “พ่อขา พ่อ พ่อทำอะไรน่ะ หยุดเถอะค่ะพ่อ นัฐขอร้อง ” มือของเธอของข้างพยายามดันหน้าของเขาไว้สุดแรง จนในที่สุดพ่อสามีของเธอก็ได้สติ และต้องรีบผละร่างออกห่างโดยเร็ว “ลูกนัฐ พ่อขอโทษ โธ่ ทำไมพ่อทำอย่างนี้กับลูกได้นะ โอ…พ่อขอโทษจริงๆลูก อย่าโกรธพ่อเลยนะ พ่อไม่ตั้งใจจริงๆนะ” ฝ่ายพ่อขอโทษเป็นการใหญ่ “เอ้อ ไม่เป็นไรค่ะพ่อคะ ไปนอนเถอะค่ะ” นัฐกล่าวออกไปทั้งที่ยังตกใจอยู่ แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เท่าไรนัก ได้แต่ประคองอยู่ห่าง และเมื่อส่งพ่อสามีเสร็จ เธอถึงกับถอนหายใจอย่างแรง พร้อมกับเปลี่ยนชุดใหม่ และเข้านอนทันที โดยก่อนที่เธอจะหลับหูก็ได้ยินว่ากลุ่มที่ออกไปแอบบดูคนญี่ปุ่นนั้นกลับมาแล้ว แต่แล้ว สักครู่ใหญ่ต่อมา หูของเธอก็ได้ยินเสียงแว่วๆ มาจากทางในห้องนอนของพ่อและแม่สามีของเธอ เสียงนั้นเป็นเสียงของคนสองคุยกันอยู่ “โอ๊ย คุณคะ พอเถอะนะ ไม่ไหวหรอก ฉันไม่ไหวจริงๆ” เสียงผู้หญิงบอก “โธ่ ผมต้องการจริงๆ นะ นานแล้วนะที่ผมไม่ได้ทำอะไรกับคุณน่ะ ที่มาเปลี่ยนบรรยากาศกันเนี่ยก็เผื่อว่าคุณจะมีความต้องการบ้างล่ะนะ” ฝ่ายชายกล่าว “ไม่ไหวค่ะ มันไม่ตอบรับเลยค่ะ ขอโทษนะ นอนกันเถอะนะ” ฝ่ายหญิงกล่าวขอโทษ และเสียงทั้งคู่จึงเงียบหายไป นัฐถิกา จึงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเมื่อสักครู่ใหญ่นี้ และนึกสงสารพ่อสามีเธอเหมือนกัน ท่านคงเก็บกดความต้องการอยู่ในใจไม่น้อย เช้ามืดวันต่อมา ทุกคนต่างรีบตื่น ไม่ว่าจะมีอาการเมาค้างกันสักเท่าใด เพราะต้องการที่จะดูบรรยากาศยามอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้า ซึ่งเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจไม่น้อยทีเดียว ระหว่างทาง นัฐถิกาจึงถือโอกาสรับอากาศที่บริสุทธิ์ไปด้วย เพราะที่กรุงเทพฯ นั้นไม่มีอย่างเช่นนี้ ความรู้สึกที่หายใจได้เต็มปอดและรู้สึกสดชื่นเป็นที่สุด ทุกคนที่ร่วมเดินจากที่พัก รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ที่เดินต่อๆกันมามากมายนั้นก็ดูมีความสุขสดชื่นกันทุกคน เว้นแต่เด็กเล็กๆที่อาจจะงอแงบางเนื่องมาจากความง่วงและหนาวนั่นเอง เมื่อเสร็จจากการชมแสงอาทิตย์ยามเช้าแล้ว จึงกลับมาที่พักเพื่อเตรียมอาหารเช้ากัน และเตรียมไว้เพื่อไปกินกันต่อระหว่างทาง เพราะโปรแกรมการชมธรรมชาติวันนี้มีถึงมืดค่ำแน่นอน ฝ่ายชายก็เริ่มตั้งวงกันอีก จึงโดนพวกแม่บ้านดุเอา จึงต้องทำหน้าที่ผ่าฟืนให้บ้าง ไปเดินเล่นบ้าง บรรยากาศสนุกสนานจนลืมทุกข์ของแต่ละคนไปทีเดียว ตลอดทั้งวันนั้น คณะท่องเที่ยวของนัฐ ชมนกชมไม้กันเสียทั่ว น้ำตกบ้าง หน้าผาบ้าง ส่องนกที่หายากบ้าง ทุกคนต่างปลดปล่อยกันอย่างเต็มที่ สมกับเป็นวัยที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง จนมืดค่ำจึงกลับถึงที่พัก และเมื่อต่างคนต่างชำระล้างร่างกายเรียบร้อย และจัดการกับอาหารเสร็จ จึงแยกย้ายกันพักผ่อนอย่างหมดเรี่ยวแรงกันทุกคน สาวสวยนัฐ นั้น ยังไม่รู้สึกง่วง เธอจึงนั่งอยู่ที่หน้ากองไฟ เธอเอาหนังสือมาอ่านด้วยเพื่อคร่าเวลา ด้วยชุดนอนสีอ่อนและคลุมด้วยเสื้อคลุมอีกที ทำให้เมื่อสะท้อนกับไฟทำให้ดูเด่นยิ่งนัก “เอ้อ คุณครับ คุณครับ” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น มาที่เธอนั่งอยู่ “มีอะไร หรือคะ” นัฐตอบกลับไปเมื่อแน่ใจว่า ชายหนุ่มแต่งตัวซาฟารีคนที่อยู่ตรงทางเดินนั้นเรียกเธอแน่ “คือผมจะขออนุญาตคุณผู้หญิง ถ่ายรูปสักใบสองใบครับ คือผมเป็นช่างภาพน่ะครับ” ชายหนุ่มกล่าว “ผมคิดว่าตรงที่คุณนั่งอยู่เป็นภาพที่สวยมากๆ ครับ” “ผมอยากจะถ่ายไว้ เผื่อเอาไปโชว์ที่ห้องภาพของผมน่ะครับ ได้โปรดอนุญาตด้วยได้ไหมครับ” ชายหนุ่มให้เหตุผลต่อ “เอ้อ จะดีหรือคะ นัฐแต่งตัวไม่เหมาะสมนะคะ” นัฐไม่แน่ใจ “ไม่หรอกครับ อย่างนี้สมบูรณ์มากครับ ตกลงนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเดินเข้ามาหา พร้อมกับควักนามบัตรของเขาแนะนำตัวเพื่อให้หญิงสาวคราวความกังวล “อ๋อ คุณชาญวิทย์ ก็ได้ค่ะ แล้วต้องทำอย่างไรล่ะคะ” นัฐกล่าวอนุญาต ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าลองดูก็ดีเหมือนกัน ว่าแล้วชายหนุ่มจึงบอกให้เธอทำตามที่เขาบอก และถ่ายรูปสาวสวยนั้นอย่างตั้งใจ “เสร็จแล้วครับ คุณนัฐ ขอบคุณมากครับ แล้วทีนี้ผมจะส่งรูปไปให้คุณได้อย่างไรครับ ” ชายหนุ่มถาม “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้านัฐแวะไปทางร้านคุณ อาจจะมีโอกาสแวะเข้าไปชมนะคะ” นัฐบอก “ตกลงครับ อ้อ อีกสองเดือนข้างหน้าผมจะจัดงานโชว์ภาพถ่ายของผมน่ะครับ” “ขอเชิญด้วยนะครับ ผมจะเอารูปคุณนัฐออกแสดงด้วยแน่นอนครับ นี่ครับสถานที่และเวลานะครับ” ชายหนุ่มกล่าวเชิญ และก็ขอตัวกลับไปเพื่อไม่ให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัด ใจก็คิดอยู่ว่า หญิงสาวสวยมากๆ คนนี้มีเจ้าของแล้วหรือยังหนอ เธอช่างดูสดใส สวยงาม และอ่อนหวานเป็นที่สุด โดยเฉพาะหน้าตาที่หวานจนเกินห้ามใจได้นั้นช่างตรึงในใจเขาเป็นอย่างมาก เมื่อเขาออกไปแล้ว นัฐจึงอ่านหนังสือของเธอต่อ

Comments are closed.